วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ไก่พื้นเมืองเพื่อการค้า

การเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้า
THE  NATIVE  CHICKENS FOR COMMERCIAL  PURPOSES
วิถีชีวิตของเกษตรกรในชนบท   มีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้ในบริเวณบ้านเพื่อเป็นอาหารในครอบครัว   และเลี้ยงไว้ที่บริเวณกระท่อมหัวไร่ปลายนาเพื่อใช้ทำอาหารสำหรับเลี้ยงเพื่อนบ้านที่มาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าว   ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา   
                ในอีกมุมหนึ่งของการประกอบอาชีพเกษตร   การเลี้ยงไก่พื้นเมืองทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมก็เป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนเกษตรกร   เนื่องจากเอกลักษณ์ของไก่พื้นเมืองที่มีแตกต่างจากไก่พันธุ์เนื้อที่ผ่านการเลี้ยงระบบในโรงเรือนที่โตเร็วเนื้อไม่แน่น  ไก่พื้นเมืองมีลักษณะเนื้อที่แน่นกว่า   ทำอาหารไทยได้อร่อยกว่าไก่เนื้อ   ในท้องถิ่นของไทยยังนิยมนำไก่พื้นเมืองมาประกอบอาหาร   ไก่พื้นเมืองมีบทบาทสำคัญในสังคมชนบทส่วนใหญ่ของไทย   สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร และยังเป็นการออมทรัพย์ชั้นเยี่ยมเพราะสมัยก่อนถ้าต้องการเงินมาใช้จ่ายในครัวเรือนก็จะนำไก่ที่เลี้ยงเอาไว้นั้นไปขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินมาได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีต้นทุนอะไรมากนักสามารถขายได้ราคาดีและมีตลาดรองรับในท้องถิ่น ภาพการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของชนบทไทยโดยทั่วไปถูกเลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติหา  ให้ไก่หาอาหารกินเองตามธรรมชาติ เช่น  แมลงหนอนหรือเศษอาหารเมล็ดพืชต่างๆจากนาไร่   แต่ปัจจุบันได้มีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองที่มีการคัดเลือกสายพันธุ์    เลี้ยงในระบบโรงเรือนอย่างดีให้หัวอาหาร  มีการดูแลรักษาฉีดวัคซีนป้องกันโรค  มีระบบฟักไข่เพื่อผลิตลูกไก่พันธุ์พื้นเมืองเพื่อเลี้ยงเป็นการค้า    มีตลาดรองรับหรือแหล่งรับซื้อตามแนวชายแดนไทยลาว    มีการลงทุนสร้างโรงเรือน  เครื่องฟักไข่และมีหน่วยงานราชการเข้ามาให้คำแนะนำส่งเสริมให้เป็นอาชีพเสริมแก่เกษตรกรในชุมชน
               
ไก่พื้นเมือง (indigenous chicken/native chicken) หมายถึง ไก่ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallusหรือ Gallus domesticus ครอบคลุมไก่พื้นเมืองไทยหรือไก่พื้นเมืองลูกผสม เป็นสายพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม สามารถเลี้ยงแบบปล่อยได้ เช่น ไก่พันธุ์ประดู่หางดำ ไก่พันธุ์เหลืองหางขาว ไก่พันธุ์แดงและไก่พันธุ์ชี
                  Bernhard (1975) ได้กล่าวว่า ไก่ถูกจัดอยู่ในสัตว์ปีกจำพวกนก แต่เดิมนั้นเป็นไก่ป่า ( Red Junglefowl) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Callus domesticus โดยมีนกเป็นต้นตระกูล    นักสัตววิทยา ได้จัดจำแนกไก่ในอาณาจักรสัตว์ให้อยู่ใน
Order Galliformes
            Suborder Galli
                    Family Phasianide
                           Subfamily Phasianinae
                                   Tribe Phasianini
                                              Genus Gallus
                ไก่อู: เป็นไก่พันธุ์หนัก ตัวเมียมีขนสีดำปกคลุมทั้งตัว ตัวผู้มีลักษณะเป็นไก่ชน มีนิสัยชอบจิกตีหรือชนมีสีขนแตกต่างกันออกไป เช่น มีสีแดงสลับสีเขียว สีดำ สีเทา สีเหลืองออกขาว หางสีด าหรือสีลายอื่น ๆ ตำราการเลี้ยงไก่ชนทั่วไปกล่าวว่าเป็นต้นตระกูลของ ไก่ชนเช่น 
           1.ไก่ประดู่หางดำ
                2.ไก่ประดู่หางขาว
                3.ไก่เขียวหางดำ
                4.ไก่เหลืองหางขาว                                                                                                                                                  5.กลุ่มพันธุ์ไก่ด่าง
                                                                      1.ไก่ประดู่หางดำ  (ที่มา: กรมปศุสัตว์)

   2.ไก่ประดู่หางขาว (ที่มา: กรมปศุสัตว์)




3.ไก่เขียวหางดำ(ที่มา: กรมปศุสัตว์)

  4.ไก่เหลืองหางขาว  (ที่มา: กรมปศุสัตว์)

  5.กลุ่มพันธุ์ไก่ด่าง(ที่มา: กรมปศุสัตว์)

               ไก่ตะเภา : เป็นไก่ขนาดใหญ่ สีสวย สีน้ำตาลออกเหลือง มีขนอ่อนนุ่มละเอียด มีขนที่หน้าแข้งเนื้อนุ่มมีรสชาติอร่อย สันนิษฐานว่าเป็นไก่ที่มีถิ่นฐาน กำเนิดจากประเทศจีน นำเข้ามาประเทศไทยในช่วงที่มีการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยการนำไก่มากับเรือสำเภา จึงเรียกไก่พันธุ์นี้ว่าไก่ตะเภา ปัจจุบันไก่ตะเภาสายพันธุ์แท้ ๆ เกือบไม่มีแล้ว เพราะปล่อยให้มีการผสมพันธุ์กับสายพันธุ์อื่น ๆ จนสายพันธุ์ปะปนกันไปหมด

ไก่ตะเภา(ที่มา: กรมปศุสัตว์)
             ไก่กลายพันธุ์ : เป็นไก่ที่เกิดจากการผสมระหว่างไก่พื้นเมืองหลายชนิดด้วยกัน ในบางครั้งมีลักษณะแปลกไปจากไก่พื้นเมือง เช่น ไม่มีขนที่คอ (เรียกว่า ไก่คอล่อน) ไก่ขนกลับ (ลักษณะทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง)เป็นต้น
 ไก่กลายพันธุ์ (ที่มา: กรมปศุสัตว์)

"การเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้า บ้านกระจวนหมู่ 4 ต.โคกสะอาด
จากอาชีพเสริมสู่อาชีพต้นแบบของหมู่บ้าน  
ด้วยการสนับสนุนจากส่วนงานราชการ"

แผนที่บ้านกระจวน หมู่4 ต.โคกสะอาด


นางพวรรณา   บำรุงสวัสดิ์  อายุ 42 ปี  
อยู่บ้านเลขที่ 62/1   หมู่ 4   ตำบลโคกสะอาด  อำเภอหนองบัวระเหว  จังหวัดชัยภูมิ  
ประกอบอาชีพหลักปลูกมันสำปะหลัง 50 ไร่  ปลูกอ้อย 50 ไร่  และทำนาข้าว 15 ไร่   
ในที่ดิน สปก.4-01 ของตนเอง  ได้แต่งงานมาอาศัยอยู่บ้านกระจวนเป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว  
                          เริ่มเลี้ยงไก่พื้นเมือง   เนื่องจากบุตรชายคือนายพุทธศักดิ์  บำรุงสวัสดิ์  ขณะที่ศึกษาระดับ ปวส. วิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิมีเพื่อนที่ครอบครัวประกอบอาชีพขายแพะส่งตลาดประเทศลาว เห็นว่ามีรายได้ดี  จึงต้องการหารายได้เสริมระหว่างเรียนแต่ไม่มีความรู้ประสบการณ์ในเรื่องการเลี้ยงแพะ  ประกอบกับได้มีอาจารย์ผู้สอนในวิทยาลัยทำตู้อบฟักไข่ขาย   จึงรับลูกไก่มาจำหน่ายในหน้าเพจ Facebook ชื่อ “ไก่บ้าน  ไก่ดำฟาร์มแม่ลิ้มชัยภูมิ” โดยใช้ชื่อของย่าตนเอง ได้รับการตอบรับอย่างดีมีผู้สั่งสินค้ามาพอสมควร    จึงต้องช่วยลูกส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อเข้ามา  โดยถ้ามีจำนวนการสั่งซื้อตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไปจะนำลูกไก่ไปส่งให้กับลูกค้า   เริ่มมีเครือข่ายทางการตลาด   ในระยะแรกขายเฉพาะลูกไก่พันธุ์ไก่ดำภูพาน   ได้ขยายการตลาดเพิ่มสู่การขายไก่เนื้อส่งตลาด   สภาพความต้องการไก่ดำภูพานในตลาดรับซื้อลดลง     ระยะต่อมาความต้องการของตลาดได้เปลี่ยนเป็นไก่พันธุ์พื้นเมือง  จึงได้ลงมือเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองและเป็นผู้รวบรวมสร้างเครือข่าย ในพื้นที่ 
                          โดยจะมีตัวแทนกระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอหนองบัวระเหวและอำเภอใกล้เคียง  เมื่อได้รับคำสั่งสินค้าผู้ประกอบการจะโทรศัพท์เพื่อประสานงานเครือข่ายให้ทำการซื้อไก่รวบรวมไว้ในหมู่บ้านแล้วนัดวันไปรับไก่ในหมู่บ้าน  โดยจะรับซื้อจากเครือข่ายในหมู่บ้านในราคากิโลกรัมละ 70-85 บาท  แล้วผู้ประกอบการจะนำมาเลี้ยงพักไว้ระหว่างการรอรวบรวมให้ได้จำนวนให้ได้ตามคำสั่งซื้อและให้เต็มคันรถเพื่อนำไปขายส่งต่อให้กับผู้รับซื้อในตลาดแถบชายแดนไทยลาว โดยส่วนใหญ่เป็นอำเภอโซ่พิสัยในราคากิโลกรัมละ  100 บาท   รถกระบะสามารถบรรทุกไก่พื้นเมืองได้ประมาณ 1,000 กิโลกรัม  จะมีรายได้ส่วนต่างประมาณเที่ยวละ 5,000 บาท  ในรอบหนึ่งเดือนจะนำส่งไก่ออกสู่ตลาดประมาณ 1-3 
                       ในระหว่างการซื้อขายไก่พื้นเมืองเพื่อการค้านั้นขณะเดียวกัน   ผู้ประกอบการจะทำการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองเพื่อการค้าไปพร้อม ๆ กัน  โดยจะเลี้ยงในระบบโรงเรือนและปล่อยในบริเวณที่มีการล้อมด้วยตาข่ายไนล่อนเพื่อป้องกันไก่บินออกนอกบริเวณ   ซึ่งในส่วนนี้ได้ขยายผลมาจากการช่วยลูกชายขายลูกไก่ จึงได้แบ่งลูกไก่ส่วนหนึ่งมาเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นไก่เนื้อ   ช่วง ๆ แรกได้เลี้ยงพันธุ์ไก่ดำภูพาน  ตามความนิยมของตลาด  ปัจจุบันความต้องการของตลาดได้เปลี่ยนไป  ผู้ประกอบการจึงได้หาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น  คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ  ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต   และจากเครือข่ายพ่อค้าแม่ค้าผู้รับซื้อ   ได้หันมาศึกษาไก่พันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่

สภาพโรงเรือนเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง
สภาพพ่อแม่พันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่
                           ไก่พันธุ์ประดู่หางดำ  จะเป็นไก่ที่มีขนาดใหญ่กว่าไก่บ้าน   ตลาดด้านอำเภอโพนพิสัยไม่นิยมไก่ที่มีขนาดใหญ่   ตลาดที่รับซื้อส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี  แต่ราคาจะต่ำกว่าไก่บ้านธรรมดา  โดยราคารับซื้อเฉลี่ยจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 60-80 บาท  ซึ่งจะมีมูลค่าทางการตลาดต่ำกว่าไก่บ้านที่นำไปขายที่ตลาดอำเภอโซ่พิสัย       แต่ก็มีข้อได้เปรียบอยู่บ้านคือเรื่องของน้ำหนักตัวที่หนักมากกว่าไก่พื้นเมืองธรรมดา   

รถขนส่งไก่พื้นเมือง


การดำเนินธุรกิจการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้าของเกษตรกรจะแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก  

1 การรวบรวมผลผลิต
เป็นผู้รับซื้อผลผลิตไก่พื้นเมืองและไก่ประดู่หางดำ   โดยมีเครือข่ายเกษตรกรที่เป็นรายย่อยขายไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงไว้ในบริเวณบ้านหรือนาไร่ของตนเอง  และมีเกษตรกรรายย่อยซื้อไก่พื้นเมืองเพื่อนำมาขายต่อ   ซึ่งตลาดรับซื้อไก่พื้นเมืองจะมีอยู่ 2 แหล่งได้แก่ 
1)  อำเภอโซ่พิสัย  จังหวัดหนองคาย  จะรับซื้อไก่พื้นเมืองหรือไก่บ้านธรรมดา
2)  อำเภอวารินทร์ชำราบ  จังหวัดอุบลราชธานี   จะรับซื้อไก่พื้นเมืองและไก่ลูกผสมประดู่หางดำ

2  การเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้า
จากการศึกษาข้อมูลและประสบการณ์ในการค้าขายไก่พื้นเมือง   เกษตรกรผู้ประกอบการได้เลี้ยงไก่พันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่  เพื่อเป็นอาชีพเสริมและรองรับการขยายธุรกิจจากการได้รับการส่งเสริมเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในแผนการพัฒนาอาชีพของสำนักงานพัฒนาชุมชนและประชาชนในหมู่บ้านก็ได้มีมติเลือกอาชีพการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม    จึงเป็นโอกาสในการจำหน่ายพันธุ์ไก่ให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ ในหมู่บ้านและสามารถเลี้ยงไก่เพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือน






                ไก่พื้นเมืองมีบทบาทสำคัญในสังคมชนบทส่วนใหญ่ของไทย   สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร และยังเป็นการออมทรัพย์ชั้นเยี่ยม         เลี้ยงไว้ที่บริเวณกระท่อมหัวไร่ปลายนาเพื่อใช้ทำอาหารสำหรับเลี้ยงเพื่อนบ้านที่มาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา
                             ไก่พื้นเมืองมีตลาดรองรับที่แน่นอน   แต่การที่จะเป็นผู้ประกอบการรวบรวมค้าขายไก่พื้นเมืองต้องปฏิบัติตามกฏหมายของราชการที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งสามารถขอรับคำปรึกษาแนะนำจากสำนักงานปศุสัตว์  ทุกอำเภอ     

      ในส่วนของเงินทุนในการประกอบการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้านั้นสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)   สาขาใกล้บ้าน


&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

เรียบเรียงโดย
                        นายศุภชาติ   ศิริภูมิธนาชัย  รหัสนักศึกษา 605030013-3
นักศึกษาปริญญาโท   
หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต  สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและเกษตรเชิงระบบ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น

19 ธ.ค.256

1 ความคิดเห็น:

หน่อไม้ฝรั่ง ยั่งยืนที่หนองบัวระเหว

 https://drive.google.com/file/d/1bTH1Y8WvYz7Hr0C5cYGzYnq_LU64Q3Rn/view?usp=drivesdk นำเสนอ  การส่งเสริมพัฒนาอาชีพการปลูกหน่อไม้ฝรั่งอย่างยั...