การเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้า
THE
NATIVE CHICKENS FOR
COMMERCIAL PURPOSES
วิถีชีวิตของเกษตรกรในชนบท
มีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้ในบริเวณบ้านเพื่อเป็นอาหารในครอบครัว และเลี้ยงไว้ที่บริเวณกระท่อมหัวไร่ปลายนาเพื่อใช้ทำอาหารสำหรับเลี้ยงเพื่อนบ้านที่มาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา
ในอีกมุมหนึ่งของการประกอบอาชีพเกษตร การเลี้ยงไก่พื้นเมืองทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมก็เป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนเกษตรกร
เนื่องจากเอกลักษณ์ของไก่พื้นเมืองที่มีแตกต่างจากไก่พันธุ์เนื้อที่ผ่านการเลี้ยงระบบในโรงเรือนที่โตเร็วเนื้อไม่แน่น ไก่พื้นเมืองมีลักษณะเนื้อที่แน่นกว่า ทำอาหารไทยได้อร่อยกว่าไก่เนื้อ ในท้องถิ่นของไทยยังนิยมนำไก่พื้นเมืองมาประกอบอาหาร
ไก่พื้นเมืองมีบทบาทสำคัญในสังคมชนบทส่วนใหญ่ของไทย สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร
และยังเป็นการออมทรัพย์ชั้นเยี่ยมเพราะสมัยก่อนถ้าต้องการเงินมาใช้จ่ายในครัวเรือนก็จะนำไก่ที่เลี้ยงเอาไว้นั้นไปขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินมาได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีต้นทุนอะไรมากนักสามารถขายได้ราคาดีและมีตลาดรองรับในท้องถิ่น
ภาพการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของชนบทไทยโดยทั่วไปถูกเลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติหา ให้ไก่หาอาหารกินเองตามธรรมชาติ เช่น แมลงหนอนหรือเศษอาหารเมล็ดพืชต่างๆจากนาไร่ แต่ปัจจุบันได้มีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองที่มีการคัดเลือกสายพันธุ์ เลี้ยงในระบบโรงเรือนอย่างดีให้หัวอาหาร มีการดูแลรักษาฉีดวัคซีนป้องกันโรค มีระบบฟักไข่เพื่อผลิตลูกไก่พันธุ์พื้นเมืองเพื่อเลี้ยงเป็นการค้า
มีตลาดรองรับหรือแหล่งรับซื้อตามแนวชายแดนไทยลาว มีการลงทุนสร้างโรงเรือน เครื่องฟักไข่และมีหน่วยงานราชการเข้ามาให้คำแนะนำส่งเสริมให้เป็นอาชีพเสริมแก่เกษตรกรในชุมชน
ไก่พื้นเมือง
(indigenous
chicken/native chicken) หมายถึง ไก่ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus
gallusหรือ Gallus
domesticus ครอบคลุมไก่พื้นเมืองไทยหรือไก่พื้นเมืองลูกผสม
เป็นสายพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม สามารถเลี้ยงแบบปล่อยได้ เช่น
ไก่พันธุ์ประดู่หางดำ ไก่พันธุ์เหลืองหางขาว ไก่พันธุ์แดงและไก่พันธุ์ชี
Bernhard (1975) ได้กล่าวว่า
ไก่ถูกจัดอยู่ในสัตว์ปีกจำพวกนก แต่เดิมนั้นเป็นไก่ป่า ( Red Junglefowl) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Callus domesticus โดยมีนกเป็นต้นตระกูล นักสัตววิทยา ได้จัดจำแนกไก่ในอาณาจักรสัตว์ให้อยู่ใน
Order Galliformes
Suborder Galli
Family Phasianide
Subfamily Phasianinae
Tribe Phasianini
Genus Gallus
ไก่อู: เป็นไก่พันธุ์หนัก
ตัวเมียมีขนสีดำปกคลุมทั้งตัว ตัวผู้มีลักษณะเป็นไก่ชน
มีนิสัยชอบจิกตีหรือชนมีสีขนแตกต่างกันออกไป เช่น มีสีแดงสลับสีเขียว สีดำ สีเทา
สีเหลืองออกขาว หางสีด าหรือสีลายอื่น ๆ
ตำราการเลี้ยงไก่ชนทั่วไปกล่าวว่าเป็นต้นตระกูลของ “ไก่ชน”เช่น
1.ไก่ประดู่หางดำ
2.ไก่ประดู่หางขาว
3.ไก่เขียวหางดำ
4.ไก่เหลืองหางขาว 5.กลุ่มพันธุ์ไก่ด่าง
1.ไก่ประดู่หางดำ (ที่มา: กรมปศุสัตว์)
2.ไก่ประดู่หางขาว (ที่มา: กรมปศุสัตว์)
3.ไก่เขียวหางดำ(ที่มา: กรมปศุสัตว์)
4.ไก่เหลืองหางขาว (ที่มา: กรมปศุสัตว์)
5.กลุ่มพันธุ์ไก่ด่าง(ที่มา: กรมปศุสัตว์)
ไก่ตะเภา : เป็นไก่ขนาดใหญ่ สีสวย
สีน้ำตาลออกเหลือง มีขนอ่อนนุ่มละเอียด มีขนที่หน้าแข้งเนื้อนุ่มมีรสชาติอร่อย
สันนิษฐานว่าเป็นไก่ที่มีถิ่นฐาน กำเนิดจากประเทศจีน
นำเข้ามาประเทศไทยในช่วงที่มีการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน
โดยการนำไก่มากับเรือสำเภา จึงเรียกไก่พันธุ์นี้ว่าไก่ตะเภา
ปัจจุบันไก่ตะเภาสายพันธุ์แท้ ๆ เกือบไม่มีแล้ว
เพราะปล่อยให้มีการผสมพันธุ์กับสายพันธุ์อื่น ๆ จนสายพันธุ์ปะปนกันไปหมด
ไก่ตะเภา(ที่มา: กรมปศุสัตว์)
ไก่กลายพันธุ์ : เป็นไก่ที่เกิดจากการผสมระหว่างไก่พื้นเมืองหลายชนิดด้วยกัน
ในบางครั้งมีลักษณะแปลกไปจากไก่พื้นเมือง เช่น ไม่มีขนที่คอ (เรียกว่า ไก่คอล่อน)
ไก่ขนกลับ (ลักษณะทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง)เป็นต้น
ไก่กลายพันธุ์ (ที่มา: กรมปศุสัตว์)
"การเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้า บ้านกระจวนหมู่ 4 ต.โคกสะอาด
จากอาชีพเสริมสู่อาชีพต้นแบบของหมู่บ้าน
ด้วยการสนับสนุนจากส่วนงานราชการ"
แผนที่บ้านกระจวน หมู่4 ต.โคกสะอาด
นางพวรรณา บำรุงสวัสดิ์ อายุ 42 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ 4 ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ
ประกอบอาชีพหลักปลูกมันสำปะหลัง 50 ไร่ ปลูกอ้อย 50 ไร่ และทำนาข้าว 15 ไร่
ในที่ดิน สปก.4-01 ของตนเอง ได้แต่งงานมาอาศัยอยู่บ้านกระจวนเป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว
เริ่มเลี้ยงไก่พื้นเมือง เนื่องจากบุตรชายคือนายพุทธศักดิ์ บำรุงสวัสดิ์ ขณะที่ศึกษาระดับ ปวส. วิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิมีเพื่อนที่ครอบครัวประกอบอาชีพขายแพะส่งตลาดประเทศลาว เห็นว่ามีรายได้ดี จึงต้องการหารายได้เสริมระหว่างเรียนแต่ไม่มีความรู้ประสบการณ์ในเรื่องการเลี้ยงแพะ ประกอบกับได้มีอาจารย์ผู้สอนในวิทยาลัยทำตู้อบฟักไข่ขาย จึงรับลูกไก่มาจำหน่ายในหน้าเพจ Facebook ชื่อ “ไก่บ้าน ไก่ดำฟาร์มแม่ลิ้มชัยภูมิ” โดยใช้ชื่อของย่าตนเอง ได้รับการตอบรับอย่างดีมีผู้สั่งสินค้ามาพอสมควร จึงต้องช่วยลูกส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อเข้ามา โดยถ้ามีจำนวนการสั่งซื้อตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไปจะนำลูกไก่ไปส่งให้กับลูกค้า เริ่มมีเครือข่ายทางการตลาด ในระยะแรกขายเฉพาะลูกไก่พันธุ์ไก่ดำภูพาน ได้ขยายการตลาดเพิ่มสู่การขายไก่เนื้อส่งตลาด สภาพความต้องการไก่ดำภูพานในตลาดรับซื้อลดลง ระยะต่อมาความต้องการของตลาดได้เปลี่ยนเป็นไก่พันธุ์พื้นเมือง จึงได้ลงมือเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองและเป็นผู้รวบรวมสร้างเครือข่าย ในพื้นที่
โดยจะมีตัวแทนกระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอหนองบัวระเหวและอำเภอใกล้เคียง เมื่อได้รับคำสั่งสินค้าผู้ประกอบการจะโทรศัพท์เพื่อประสานงานเครือข่ายให้ทำการซื้อไก่รวบรวมไว้ในหมู่บ้านแล้วนัดวันไปรับไก่ในหมู่บ้าน โดยจะรับซื้อจากเครือข่ายในหมู่บ้านในราคากิโลกรัมละ 70-85 บาท แล้วผู้ประกอบการจะนำมาเลี้ยงพักไว้ระหว่างการรอรวบรวมให้ได้จำนวนให้ได้ตามคำสั่งซื้อและให้เต็มคันรถเพื่อนำไปขายส่งต่อให้กับผู้รับซื้อในตลาดแถบชายแดนไทยลาว โดยส่วนใหญ่เป็นอำเภอโซ่พิสัยในราคากิโลกรัมละ 100 บาท รถกระบะสามารถบรรทุกไก่พื้นเมืองได้ประมาณ 1,000 กิโลกรัม จะมีรายได้ส่วนต่างประมาณเที่ยวละ 5,000 บาท ในรอบหนึ่งเดือนจะนำส่งไก่ออกสู่ตลาดประมาณ 1-3
ในระหว่างการซื้อขายไก่พื้นเมืองเพื่อการค้านั้นขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจะทำการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองเพื่อการค้าไปพร้อม ๆ กัน โดยจะเลี้ยงในระบบโรงเรือนและปล่อยในบริเวณที่มีการล้อมด้วยตาข่ายไนล่อนเพื่อป้องกันไก่บินออกนอกบริเวณ ซึ่งในส่วนนี้ได้ขยายผลมาจากการช่วยลูกชายขายลูกไก่ จึงได้แบ่งลูกไก่ส่วนหนึ่งมาเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นไก่เนื้อ ช่วง ๆ แรกได้เลี้ยงพันธุ์ไก่ดำภูพาน ตามความนิยมของตลาด ปัจจุบันความต้องการของตลาดได้เปลี่ยนไป ผู้ประกอบการจึงได้หาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และจากเครือข่ายพ่อค้าแม่ค้าผู้รับซื้อ ได้หันมาศึกษาไก่พันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่
สภาพโรงเรือนเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง
สภาพพ่อแม่พันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่
ไก่พันธุ์ประดู่หางดำ จะเป็นไก่ที่มีขนาดใหญ่กว่าไก่บ้าน ตลาดด้านอำเภอโพนพิสัยไม่นิยมไก่ที่มีขนาดใหญ่ ตลาดที่รับซื้อส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ราคาจะต่ำกว่าไก่บ้านธรรมดา โดยราคารับซื้อเฉลี่ยจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 60-80 บาท ซึ่งจะมีมูลค่าทางการตลาดต่ำกว่าไก่บ้านที่นำไปขายที่ตลาดอำเภอโซ่พิสัย แต่ก็มีข้อได้เปรียบอยู่บ้านคือเรื่องของน้ำหนักตัวที่หนักมากกว่าไก่พื้นเมืองธรรมดา
รถขนส่งไก่พื้นเมือง
การดำเนินธุรกิจการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้าของเกษตรกรจะแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก
1 การรวบรวมผลผลิต
เป็นผู้รับซื้อผลผลิตไก่พื้นเมืองและไก่ประดู่หางดำ โดยมีเครือข่ายเกษตรกรที่เป็นรายย่อยขายไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงไว้ในบริเวณบ้านหรือนาไร่ของตนเอง และมีเกษตรกรรายย่อยซื้อไก่พื้นเมืองเพื่อนำมาขายต่อ ซึ่งตลาดรับซื้อไก่พื้นเมืองจะมีอยู่ 2 แหล่งได้แก่
1) อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดหนองคาย จะรับซื้อไก่พื้นเมืองหรือไก่บ้านธรรมดา
2) อำเภอวารินทร์ชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จะรับซื้อไก่พื้นเมืองและไก่ลูกผสมประดู่หางดำ
2 การเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้า
จากการศึกษาข้อมูลและประสบการณ์ในการค้าขายไก่พื้นเมือง เกษตรกรผู้ประกอบการได้เลี้ยงไก่พันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่ เพื่อเป็นอาชีพเสริมและรองรับการขยายธุรกิจจากการได้รับการส่งเสริมเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในแผนการพัฒนาอาชีพของสำนักงานพัฒนาชุมชนและประชาชนในหมู่บ้านก็ได้มีมติเลือกอาชีพการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม จึงเป็นโอกาสในการจำหน่ายพันธุ์ไก่ให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ ในหมู่บ้านและสามารถเลี้ยงไก่เพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือน
ไก่พื้นเมืองมีบทบาทสำคัญในสังคมชนบทส่วนใหญ่ของไทย สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร และยังเป็นการออมทรัพย์ชั้นเยี่ยม เลี้ยงไว้ที่บริเวณกระท่อมหัวไร่ปลายนาเพื่อใช้ทำอาหารสำหรับเลี้ยงเพื่อนบ้านที่มาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา
ไก่พื้นเมืองมีตลาดรองรับที่แน่นอน แต่การที่จะเป็นผู้ประกอบการรวบรวมค้าขายไก่พื้นเมืองต้องปฏิบัติตามกฏหมายของราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถขอรับคำปรึกษาแนะนำจากสำนักงานปศุสัตว์ ทุกอำเภอ
ในส่วนของเงินทุนในการประกอบการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อการค้านั้นสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาใกล้บ้าน
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
เรียบเรียงโดย
นายศุภชาติ ศิริภูมิธนาชัย รหัสนักศึกษา 605030013-3
นักศึกษาปริญญาโท
หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและเกษตรเชิงระบบ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
19 ธ.ค.256